ผู้เขียน หัวข้อ: พุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์ : หนึ่งเดียวในสยามและในโลก!  (อ่าน 224 ครั้ง)

ออฟไลน์ ironear7

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 234
    • ดูรายละเอียด

ประเทศไทย ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างที่สุดของโลกหลายอย่างด้วยกันครับ ชนิดที่ว่านับนิ้วดู ก็คงมีมึนงงด้วยกันหลายตลบด้วยกัน ทั้งในเรื่องของขนาด รวมทั้งอะไรที่เป็นหนึ่งเดียวในโลก มีที่เดียวในโลก และไทยแลนด์ แดนสยาม

พุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์ จ.นครนายก เข้าข่ายข้างต้น

“พุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์”  พระพุทธรูปปางแสดงโอวาทปาติโมกข์ขนาดใหญ่ ที่แวดล้อมไปด้วยรูปปั้นพระอรหันตสาวก 1,250 รูป วางตัวอยู่ใกล้ๆ ทางขึ้นน้ำตกสาริกา ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก บนพื้นที่ 53 ไร่ แวดล้อมไปด้วยภูเขา และมีสายน้ำไหลผ่าน  ถูกสร้างขึ้นเนื่องในโอกาสครบ 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ด้วยการระดมทุนจากผู้มีจิตศรัทธาทั้งในและต่างประเทศ มีพระราชพิพัฒน์โกศล เจ้าอาวาสวัดศรีสุดาราม เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ เป็นประธานดำเนินการจัดสร้างขึ้น ในปี พ.ศ.2555 เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และเป็นอนุสรณ์เนื่องในโอกาสสำคัญดังกล่าวของพระพุทธศาสนา
 
เหตุผลที่สร้างพุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์นั้น พระราชพิพัฒน์โกศล บอกว่า เนื่องจากในทางพระพุทธศาสนา วันมาฆบูชาถือเป็นวันแรกที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศหลักธรรมสำคัญ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติให้แก่พระภิกษุผู้เป็นพุทธสาวก ได้นำไปปฏิบัติเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา และที่สำคัญยังพบว่า ในประเทศไทยไม่เคยมีที่ใดสร้างสถานที่เพื่อเป็นอนุสรณ์ของวันมาฆบูชามาก่อน
       
โดยถือฤกษ์ในวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2555 ซึ่งเป็นวันมาฆบูชา จัดพิธีเททองหล่อพระเกตุพระพุทธรูปปางแสดงโอวาทปาติโมกข์ ขนาดหน้าตักกว้าง 9 เมตร สูง 13.5 เมตร จากนั้นก็ได้ดำเนินการจัดสร้างรูปปูนปั้นพระอรหันตสาวก ขนาดหน้าตักกว้าง 90 ซม. สูง 1.50 เมตร จำนวน 1,250 รูป รวมทั้งรูปปั้นพระอสีติมหาสาวกจำนวน 80 รูป

ด้วยพลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งในและต่างประเทศที่ร่วมกันบริจาคปัจจัยในการก่อสร้างพุทธอุทยานฯ แห่งนี้ที่ใช้งบประมาณราว 30 ล้านบาท ทำให้การก่อสร้างใช้เวลาเพียง 1 ปี ก็แล้วเสร็จ และมีการจัดงานเบิกเนตรสมโภชใหญ่พระพุทธรูปปางแสดงโอวาทปาติโมกข์ รวมทั้งพุทธอุทยานฯ ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556  ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชา และได้มีการจัดกิจกรรมมาฆบูชาอย่างยิ่งใหญ่ โดยนิมนต์พระสงฆ์นานาชาติ เช่น ไต้หวัน ศรีลังกา อินเดีย ลาว พม่า บังกลาเทศ รวมจำนวน 1,250 รูป เท่ากับพระอรหันตสาวกในสมัยพุทธกาลมาร่วมเจริญพระพุทธมนต์

เรียกได้ว่า หามีโอกาสมาเยือนสถานที่แห่งนี้ ภาพเหตุการณ์เมื่อครั้งพุทธกาล ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมโอวาทปาติโมกข์ แก่ภิกษุ 1,250 รูป ที่มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ณ เวฬุวันมหาวิหาร ใกล้กรุงราชคฤห์ ในวันเพ็ญเดือน 3 คงได้ฉายขึ้นมาในหัวอีกครั้ง หลังจากที่หลายๆ คนอาจจะเคยผ่านมาทั้งจากสารคดีที่เคยดู หรือแม้กระทั่งหนังสือที่เคยอ่าน เคยเรียนกันครับ

แล้วมาต่ออีกตอนกันให้จบ

ออฟไลน์ ironear7

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 234
    • ดูรายละเอียด

หากใครมาเยือนแล้วยังนึกภาพไม่ออกในหัว จะขอเล่าเป็นตัวหนังสือประกอบให้ชัดแจ้งยิ่งขึ้น

ในเหตุการณ์สำคัญเมื่อครั้งพุทธกาลนั้น กล่าวคือ เป็น วันจาตุรงคสันนิบาต หรือวันประชุมใหญ่ อันประกอบด้วยองค์ 4 คือ 1.พระภิกษุสงฆ์ซึ่งเป็นพุทธสาวกจำนวน 1,250 องค์ มาชุมนุมพร้อมกันโดยที่ไม่ได้นัดหมาย 2.พระพุทธสาวกเหล่านี้ล้วนเป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา คือ เป็นผู้ที่พระพุทธองค์ทรงประทานการอุปสมบทด้วยพระองค์เอง 3.พระภิกษุสงฆ์ทั้งหมดเป็นพระอรหันต์  4.วันนั้นเป็นวันเพ็ญเดือนมาฆะ คือพระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์  โดยในวันดังกล่าวพระผู้มีพระภาคได้ทรงประกาศหลักธรรมสำคัญทางพระพุทธศาสนาเหมือนรัฐธรรมนูญที่ใช้เป็นแม่บทสำคัญสูงสุดของประเทศ หลักธรรมสำคัญของพุทธศาสนา คือ การแสดงโอวาทปาติโมกข์ เป็นประกาศหลักธรรมสำคัญอันเป็นแนวทางในการปฏิบัติ เพื่อนำไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา ประกอบด้วยหลักการ 3 อุดมการณ์ 4 และวิธีการ 6 ฉะนั้น & ฉะนี้ ที่นี่จึงเหมือนเป็นตำราเรียนประวัติศาสตร์ พระพุทธศาสนาเล่มใหญ่สำหรับผู้สนใจ นักเรียน นักศึกษา ได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศที่เกิดขึ้นจริงเมื่อครั้งพุทธกาลที่ไม่มีประเทศใดสร้างมาก่อน

อนึ่ง นอกจากการจัดสร้างพระพุทธรูปและรูปปั้นพระอรหันตสาวก เพื่อจำลองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันมาฆบูชาครั้งพุทธกาลแล้ว ยังมีการจัดสร้างรูปจำลองพระธาตุประจำปีเกิด อาทิ พระบรมธาตุดอยสุเทพ สำหรับผู้เกิดปีมะแม พระมหาเจดีย์ชเวดากอง สำหรับผู้เกิดปีมะเมีย เจดีย์เจ็ดยอดหรือพุทธคยา สำหรับผู้เกิดปีมะเส็ง ฯลฯ และศาลาปฏิบัติธรรม 1 หลัง ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ รวมทั้งประติมากรรมทราย “พุทธจริยาวัตร 60 ปาง” เป็นการเล่าเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า ทำนองเดียวกับพุทธประวัติ รวมทั้งสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาในต่างประเทศ เช่น เจดีย์สวยัมภูวนารถ ที่เนปาล เจดีย์พุทธคยา ที่อินเดีย เป็นต้น ประติมากรรมทรายนี้มีขนาดกว้าง 7.4 เมตร ยาว 54 เมตร สูง 6.4 เมตร ใช้ทรายแม่น้ำน้ำหนัก 100 ตัน ถือได้ว่าเป็นประติมากรรมทรายที่มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
       
ส่วนในอนาคตจะมีการสร้างศาลาปฏิบัติธรรมเพิ่มขึ้น รวมทั้งปรับปรุงพื้นที่พุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์ ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรม และสถานปฏิบัติธรรมต่อไป
       
ก็อย่างที่บอกกันไปล่ะครับว่า สถานที่แห่งนี้เหมือนเป็นตำราเรียนประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาเล่มใหญ่ สำหรับผู้สนใจ นักเรียน นักศึกษา ได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศที่เกิดขึ้นจริงเมื่อครั้งพุทธกาล ซึ่งไม่มีประเทศใดเคยสร้างมาก่อน ดังนั้นพุทธศาสนิกชนสามารถเดินทางมากราบไหว้ และร่วมน้อมรำลึกถึงพระกรุณาคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ได้ประทานโอวาทปาติโมกข์ ซึ่งถือเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาได้ทุกวัน  ณ พุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์แห่งนี้ สามารถสอบถามเส้นทางได้ที่ โทร. 08-8400-9001-8

แล้วขอให้มีความสุขและอิ่มบุญไปกับการท่องเที่ยวเชิงธรรมะกันทุกท่านครับ....เจริญพร