กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
น่าไปมากๆเลยฉันอยากไปจังเลยคะเดี๋ยวจะชวนแฟนไป
เรื่องแปลก
2
สวยมากดูคลังเป็นเรื่องราวในอดีตที่น่าสนใจ










ทายนิสัย
3
แนะนำที่พักและโรงแรมกรุงเทพ / ยูฟ่าเบท
« กระทู้ล่าสุด โดย ยูฟ่าเบท3 เมื่อ พฤษภาคม 31, 2017, 12:24:14 AM »


ยูฟ่าเบท
ข้อดีของเว็บ UFABET ยูฟ่าเบท
– สามารถดูบอลถ่ายทอดสดในเว็บ มีให้เลือกดูทุกคู่
– เดิมพันขั้นต่ำเพียง 20 บาท เท่านั้น
– สเต็ปเริ่มต้นที่ 2 คู่
– ราคาบอลและคอมมิชชั่นดีที่สุด
– มีทั้งฟุตบอล คาสิโน จบในเว็บเดียวครบวงจร
– ทีมงานมืออาชีพพร้อมดูแลให้บริการตลอด 24 ซม.
– ฝาก ถอน เร็วที่สุดในโลก ภายใน  2  นาที เท่านั้น อันนี้ไม่เชื่อต้องลอง

 สมัครufabet
ลูกค้าที่ต้องการ สมัครสมาชิก UFABET กับทาง UFA-TH.COM เรายินดีบริการตลอด24ชม. เราช่องทางสมัครดังนี้ สมัครมาชิก
ลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการ สมัครสมาชิก ได้ 3 ช่องทาง   
1. ผ่านทาง call center
2. ผ่านทาง line id
3. ผ่านทาง หน้าเว็บไซต์

ufabet 
เว็บไซต์ แทงบอลเงินสด ที่ให้บริการ พนันออนไลน์ อันดับหนึ่ง
ให้บริการ  แทงบอลเงินสด คาสิโนออนไลน์ มวย หวย ไม่ผ่านเอเย่น เราให้บริการด้านการเดิมพันแบบครบวงจรตลอด 24ชม.

CALL CENTER ตลอด 24 ชั่วโมง

088 287 8223
088 287 8224

ID LINE : @ufathai
ID LINE : ufath
4
น้ำตกหินปูนริมทางหลวง @ น้ำตกทีมอโบ

สถานที่ตั้ง : ถนนทางหลวงหมายเลข 105 สายแม่สะเรียง-แม่สอด ตำบลท่าสองยาง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก
พิกัด : 17.515318, 97.972956

    จังหวัดตาก ขึ้นชื่อว่าอุดมไปด้วยแนวเทือกเขาหินปูน ซึ่งส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัด โดยมีลักษณะเป็นแนวยาวเหนือ-ใต้ ขนานไปกับพรมแดนของสหภาพเมียนมาร์ ก่อเกิดเป็นผืนป่าตาน้ำที่สรรค์สร้างน้ำตกให้เกิดขึ้นมากมายหลายแห่ง น้ำตกมีมากและพบง่ายถึงขนาดสามารถพบเห็นได้ในระหว่างขับรถเดินทางอยู่บนถนนเลยทีเดียว น้ำตกที่กล่าวถึงนี้ก็คือ ..น้ำตกทีมอโบ   

    น้ำตกทีมอโบ เป็นหนึ่งในน้ำตกเชื้อสายกะเหรี่ยง ที่เพียงแค่ภาษาเขียนและคำออกเสียงก็พอจะเดาได้แล้ว (เช่น ทีลอซู ทีลอเล ทีลอจ่อ อะไรประมาณนี้) ถือเป็นเอกลักษณ์ของชื่อน้ำตกในจังหวัดตากเลยก็ว่าได้ เนื่องจากจังหวัดตากอุดมไปด้วยประชากรเชื้อสายกะเหรี่ยง โดยเฉพาะในแถบตะวันตกของจังหวัด ได้แก่ อำเภออุ้มผาง อำเภอพบพระ อำเภอแม่สอด อำเภอแม่ระมาด และอำเภอท่าสองยาง อำเภอที่เป็นต้นกำเนิดของน้ำตกทีมอโบแห่งนี้

    น้ำตกทีมอโบ เป็นอีกหนึ่งในน้ำตกที่เที่ยวง่ายและสะดวกที่สุดในประเทศไทย เนื่องจากเป็นน้ำตกที่ตั้งอยู่ริมถนน ซึ่งในชีวิตเคยพบเห็นน้ำตกที่มีโลเคชั่นอยู่ริมถนนแบบนี้หลายแห่ง เช่น น้ำตกไทรโยคน้อย ที่ตั้งอยู่ริมถนนสายไทรโยค-ทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี กับน้ำตกธารทอง ที่ตั้งอยู่ริมถนนสายวังเหนือ-พะเยา จังหวัดลำปาง ซึ่งหากเทียบระยะทางที่ห่างจากถนนแล้ว น้ำตกทีมอโบ ที่ตั้งอยู่ริมถนนสายแม่สะเรียง-แม่สอด จังหวัดตากแห่งนี้ ถือว่าเป็นน้ำตกที่อยู่แนบชิดติดถนนมากที่สุดในประเทศไทยเลยก็ว่าได้
 
    น้ำตกทีมอโบ เป็นน้ำตกหินปูนที่มีความโดดเด่นสูง เพราะไม่ว่าใครที่ได้เดินทางสัญจรไป-มาบนถนนทางหลวงหมายเลข 105 สายแม่สะเรียง-แม่สอด เมื่อผ่านมาถึงในตำบลท่าสองยาง อำเภอท่าสองยาง ก็จะพบกับ “น้ำตกทีมอโบ” เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ริมทางหลวง จะอยู่ทางฝั่งซ้ายมือทางขาเข้าอำเภอท่าสองยาง และจะอยู่ทางฝั่งขวามือหากมุ่งสู่อำเภอสบเมย ด้วยทำเลที่ตั้งริมถนนแบบนี้ น้ำตกทีมอโบจึงถือเป็นน้ำตกที่เที่ยวง่ายที่สุดในประเทศไทย สามาถจอดรถถ่ายรูปเก็บภาพความแปลกแหวกแนวของน้ำแห่งนี้ได้ หรือจะสัมผัสกับความสดชื่นของสายน้ำหินปูนแห่งนี้ก็ได้เช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงร้อนๆ แบบนี้ สามารถล้างน้ำล้างตาบริเวณน้ำตกได้ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด

by Traveller Freedom
5
สายธารายอดนิยมแห่งเมืองตาก @ น้ำตกลานสาง

สถานที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติลานสาง ตำบลแม่ท้อ อำเภอเมือง จังหวัดตาก
โทรศัพท์ : 055 577 207
พิกัด : 16.782745, 99.016395

    จังหวัดตากได้ขึ้นชื่อว่าเป็นจังหวัดที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย สิ่งที่ทดแทนเข้ามาแลกกันคือความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ด้วยผืนป่าที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้จังหวัดตากมีน้ำตกน่าเที่ยวให้แวะคลายร้อนกันอยู่มากมาย ในที่นี้จะขอนำเสนอ ..น้ำตกลานสาง

    น้ำตกลานสาง ตั้งอยู่ห่างจากตัวจังหวัดตากประมาณ 20 กิโลเมตร ในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติลานสาง ซึ่งนับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 15 ของประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งในพื้นที่ของอุทยานฯ อุดมไปด้วยน้ำตกมากมายหลายแห่ง ทว่าน้ำตกลานสางนั้นเป็นน้ำตกที่มีความโดดเด่นน่าเที่ยวมากที่สุด แน่นอนว่าความโดดเด่นดังกล่าวจึงได้นำชื่อของน้ำตกมาใช้เป็นชื่อของอุทยานแห่งชาติแห่งนี้ด้วยไงล่ะ

    น้ำตกลานสาง เกิดจากต้นน้ำของห้วยลานสาง มีความสูงประมาณ 40 เมตร สายน้ำจะไหลพุ่งออกจากซอกเขา แล้วหักเหลี่ยมลดหลั่นลงมาจำนวน 3 ชั้น ไหลรวมตัวลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง ก่อนจะไหลลงไปจนเกิดเป็นน้ำตกอีกแห่งที่มีชื่อว่า “น้ำตกลานเลี้ยงม้า” ลำน้ำสายเดียวกันไหลห่างออกไปจากน้ำตกลานสางอีกประมาณ 600 เมตร เกิดเป็นน้ำตกที่ไหลลงหน้าผาอีก 4 แห่ง คือ น้ำตกผาผึ้ง ผาน้อย ผาเท และผาเงิน ตามลำดับ

    ทางเดินไปน้ำตกลานสาง บางช่วงของทางเดินมีการทำบันไดเพื่อความสะดวก แต่บางช่วงเป็นทางเดินธรรมชาติมีทั้งทางลาดชันไปตามแนวเขา ต้องเดินขึ้นเดินลงใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง จึงจะไปถึงจุดที่เป็นไฮไลท์ของน้ำตกลานสาง ซึ่งจะมีลักษณะเป็นการไหลลงมาตามชั้นหินจำนวน 3 สเต๊ป สู่แอ่งน้ำที่สามารลงเล่นได้อย่างปลอดภัย

    ลำธารของน้ำตกลานสางบริเวณใกล้ๆศูนย์บริการนักท่องเที่ยว หากไม่เดินเข้าไปชมน้ำตกจะนั่งเล่นหรือลงเล่นน้ำบริเวณลำธารช่วงที่ไหลผ่านมานี้ก็ได้ เพราะการเดินเข้าไปก็เหนื่อยพอสมควร สำหรับการพักผ่อนที่อุทยานแห่งชาติลานสาง แค่ได้นั่งฟังเสียงน้ำใสไหลเย็นกับบรรยากาศที่สดชื่นบริสุทธิ์ก็ถือว่าคุ้มค่าแก่การมาเยือนแล้ว

    การเดินทางไปน้ำตกลานสาง จากตัวเมืองตาก ไปตามทางหลวงหมายเลข 12 สายตาก-แม่สอด จนถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 12-13 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปในอุทยานแห่งชาติลานสางอีกประมาณ 3 กิโลเมตร จะถึงบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว น้ำตกลานสางจะอยู่บริเวณด้านหลังของศูนย์บริการฯ ห่างออกไปเพียง 150 เมตรเท่านั้น

ค่าธรรมเนียม : ชาวไทย เด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท / ชาวต่างประเทศ เด็ก 100 บาท ผู้ใหญ่ 200 บาท

by Traveller Freedom
6
พระพุทธเทวราชปฏิมากร @ วัดเทวราชกุญชร (Page 3)

สถานที่ตั้ง : เลขที่ 90 ถนนศรีอยุธยา แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
โทรศัพท์ : 02 281 2430
พิกัด : 13.772145, 100.501960

    นอกจาก พระพุทธเทวราชปฏิมากร พระประธานศักดิ์สิทธิ์ในประอุโบสถแล้ว วัดเทวราชกุญชรยังมีสิ่งสำคัญในพระอาราม ดังต่อไปนี้

    พระวิหาร เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศิลปะสมัยต่างๆ  จำนวน 9 องค์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชทานเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน  พ.ศ. 2548
    ศาลารายสุชาดา ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกของวัด ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์
    ศาลารายเภาลีนา ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกของวัด ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางสมาธิ และยังใช้เป็นสถานที่สวดมนต์และปฏิบัติธรรมสำหรับนักเรียนนักศึกษา และผู้ที่สนใจทั่วไป
    มณฑปจตุรมุข สร้างขึ้นเพื่อครอบพระอุโบสถหลังเก่า สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2536 มีความกว้าง 12.40 เมตร ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ และใช้เป็นสถานที่สวดมนต์
    ศาลาการเปรียญ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก มีลักษณะทรงไทยตรีมุขหลังคามุงกระเบื้อง

    พิพิธภัณฑ์สักทอง เป็นบ้านไม้สักทองหลังใหญ่เดิมเป็นบ้านไม้สักทองจำนวน 11 หลัง แล้วนำไม้เก่าทั้ง 11 หลังมารวมแล้วปลูกเป็นบ้านหลังเดี่ยว ทางเจ้าของบ้านได้ขอร้องให้ มูลนิธิศาสตราจารย์ โดยมี ดร.อุกฤษ มงคลนาวิน รับซื้อไว้ เพราะเชื่อและมั่นใจว่าทางมูลนิธิศาสตรจารย์จะรักษาสภาพไม้สักทองไว้เป็นอย่างดี จากนั้นได้ดำเนินการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์สักทองขึ้น มีลักษณะเป็นเรือนไม้ทรงปั้นหยาประยุกต์สองชั้น ให้เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้การอนุรักษ์ไม้สักทอง เป็นศูนย์เผยแพร่ความรู้ทางด้านพระพุทธศาสนา และให้ผู้ศรัทธาได้สักการะบูชาพระบรมสารีริกธาตุ รวมถึงพระรูปปั้นไฟเบอร์กลาส ของสมเด็จพระสังฆราช 19 พระองค์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

    เมื่อเดินเข้ามาชมทางด้านในพิพิธภัณฑ์สักทอง ความรู้สึกแรกที่ได้รับคือความเย็น เป็นอุณหภูมิที่ได้รับจากแอร์คอนดิชั่น ซึ่งเป็นความรู้สึกที่แตกต่างไปจากบรรยากาศภายนอกโดยสิ้นเชิง ด้านในพิพิธภัณฑ์มีความปราณีตงดงามและสะอาดมาก มีการจัดวางสิ่งของเป็นระเบียบไร้ฝุ่น บ่งบอกให้รู้ว่าได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เมื่อเข้ามาด้านในบริเวณชั้นหนึ่ง จะพบเจ้าหน้าที่คอยดูแลและแนะนำสถานที่ แนะนำวงปีของไม้สักทองที่ใช้ทำเป็นพิพิธภัณฑ์สักทอง ทำให้รู้ว่าไม้สักทองที่นี้อายุยืนยาวมาก และเทียบให้เห็นภาพว่าแต่ละปีที่ผ่านมาไม้สักทองผ่านร้อนผ่านหนาวและผ่านยุคสมัยใดมาบ้าง จึงสันนิษฐานได้ว่าไม้สักที่ใช้ในการสร้างพิพิธภัณฑ์สักทองนี้อายุประมาณ 480  ปี ความใหญ่โตของเสาไม้สักขนาดสองคนโอบ มีเสาทั้งหมดจำนวน 59 ต้น จากนั้นเดินขึ้นไปบนชั้นสอง จะพบกับห้องประวัติสมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ 19 พระองค์

by Traveller Freedom
7
พระพุทธเทวราชปฏิมากร @ วัดเทวราชกุญชร (Page 2)

สถานที่ตั้ง : เลขที่ 90 ถนนศรีอยุธยา แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
โทรศัพท์ : 02 281 2430
พิกัด : 13.772145, 100.501960

    ประวัติของพระประธานในพระอุโบสถ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๓ ทรงทราบว่าได้มีการพบพระทององค์ใหญ่ที่พระนครศรีอยุธยา จึงโปรดเกล้าฯ ให้กรมหมื่นพระพิทักษ์เทเวศร ไปอัญเชิญลงมายังพระนคร ในกรมได้ทรงต่อแพเชิญพระพุทธรูปองค์ใหญ่ล่องลงมาครั้นถึงปากคลองเทเวศร์ แพเกิดดื้อฉุดเท่าไรก็ไม่มายังตำหนักแพ จึงโปรดเกล้าฯ ให้กรมหมื่นพิทักษ์เทเวศร เชิญพระพุทธรูปนี้ขึ้นที่วัดสมอแครง

    สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงวินิจฉัยที่มาของพระพุทธรูปนี้ว่า “เมื่อถึงสมัยเมื่อสร้างวัดเบญจมบพิตร หม่อมฉันไปทอดกฐินวัดเทวราชกุญชร สังเกตเห็นพระพักตร์พระพุทธรูปหล่อที่เป็นพระประธานในโบสถ์ เป็นลักษณะแบบพระสมัยทวารวดี แต่องค์พระ เป็นพระแบบกรุงรัตนโกสินทร์ สืบตามได้ความว่า พระประธานองค์นั้นกรมพระพิทักษ์เทเวศรเชิญลงมาจากเมืองลพบุรีก็เข้าใจว่าคงได้แต่เศียรมาหล่อองค์ที่ในกรุงเทพฯ หม่อมฉันจำขนาด ไปตรวจดูที่เมืองลพบุรี เมื่อภายหลังก็พบกับแหล่งเดิม ว่าเป็นพระประธานอยู่ในพระวิหารหลวงวัดมหาธาตุ วัดอื่นหามีที่ตั้งพระพุทธรูปขนาดใหญ่เท่านั้นไม่”

    เนื่องในมงคลวโรกาสที่ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๕๗ พรรษา พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ.๙) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชร วรวิหาร รองเจ้าคณะภาค 13 พร้อมด้วยคณะกรรมการบูรณปฏิสังขรณ์วัดเทวราชกุญชร ได้ดำเนินการจัดสร้างสายสังวาล ประดับพระพุทธเทวราชปฏิมากร ขึ้น 1 เส้น เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และถวายเป็นพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติ โดยมอบให้สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เป็นผู้ออกแบบจัดสร้าง มีรูปลักษณะเป็นดอกพิกุลวางซ้อนกันห้าชั้น ประดับพลอยสังเคราะห์ ตัวเรือนทำจากวัสดุทองแดงขึ้นรูป สลักดุนลายชุบทองไมครอน และนำมาวางซ้อนกัน 5 ชั้น จำนวน 43 ดวง อีก 1 ดวง มีพระนามาภิไธย ย่อ “ม.ว.ก.” อยู่ตรงกลาง รวมทั้งหมด 44 ดวง แต่ละดวงเชื่อมต่อด้วยตะขอทองเหลือง รวมความยาว 6.29 เมตร สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร พร้อมด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมสายสังวาลถวายพระพุทธเทวราชปฏิมากร พระราชทานเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

    การกราบนมัสการและถวายเครื่องสักการะแด่องค์พระพุทธเทวราชปฏิมากร พระประธานในพระอุโบสถของวัดเทวราชกุญชรนับว่าแปลกกว่าวัดอื่นใด เนื่องจากพุทธศาสนิกชนนิยมถวายผ้าไตรแทนดอกไม้ธูปเทียน ได้สร้างความศักดิ์สิทธิ์ให้แก่การกราบขอพรพระศักดิ์สิทธิ์องค์นี้เป็นเท่าทวีคูณ และนับเป็นวัดแรกในประเทศไทยที่นำผ้าไตรมาเป็นเครื่องสักการะที่ได้รับความศรัทธาสูงสุดมาจนทุกวันนี้

by Traveller Freedom
8
พระพุทธเทวราชปฏิมากร @ วัดเทวราชกุญชร (Page 1)

สถานที่ตั้ง : เลขที่ 90 ถนนศรีอยุธยา แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
โทรศัพท์ : 02 281 2430
พิกัด : 13.772145, 100.501960

    วัดเทวราชกุญชร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร มีเนื้อที่ 20 ไร่ เดิมมีชื่อว่า “วัดสมอแครง” เป็นวัดเก่าแก่โบราณมีมาก่อนการสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ ปฐมกษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ ได้ทรงสถาปนาใหม่ ต่อมาเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี (ต้นสกุลมนตรีกุล) พระโอรสของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาเทพสุดาวดี ทรงบูรณปฏิสังขรณ์ จากนั้นกรมพระพิทักษ์เทเวศร (ต้นสกุลกุญชร ณ อยุธยา) พระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้ากุญชร” พระราชโอรสของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงบูรณ์ปฏิสังขรณ์

    วัดเทวราชกุญชร ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อปี พ.ศ. 2400 เดิมเป็น วัดราษฎร์สร้างมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เหตุที่เรียกกันว่าวัดสมอแครง เล่ากันว่าเพราะมีต้นสมอร่องแร่งมาก แต่บางท่านสันนิษฐานว่า คำว่า “สมอ” เพี้ยนมาจาก คำว่า ถมอ (ถะมอ) เป็นภาษาเขมรแปลว่า หิน วัดนี้คงเรียกกันครั้งแรกว่า “ถมอแครง” แปลว่า หินแกร่ง หรือหินแข็ง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๔ พระองค์ทรงรับเป็นพระอารามหลวงและพระราชทานนามว่า “วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร” พระองค์ทรงนำคำว่า “เทวราช” มานำหน้าพระนามของ พระองค์เจ้ากุญชร ซึ่งเป็นพระนามเดิมของ “กรมพระพิทักษ์เทเวศร” ผู้ทรงบูรณะปฏิสังขรณ์วัดนี้

    พระอุโบสถ มีขนาดใหญ่และสูง กว้าง 17 เมตร ยาว 36 เมตร กรมพระพิทักษ์เทเวศรทรงสร้าง มีเขตพัทธสีมากว้าง 26 เมตร ยาว 43 เมตร มีกำแพงแก้วรอบพระอุโบสถ ที่มุมกำแพงแก้วมีเจดีย์อยู่ทั้งสี่มุม ภายในกำแพงแก้วด้านทิศเหนือมีวิหารก่ออิฐถือปูน หลังคามุงกระเบื้องดินเผาด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก เป็นศาลารายก่ออิฐถือปูนหลังคามุงกระเบื้องดินเผา ผนังของพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมผนังด้านข้างทั้งสองด้าน เหนือช่องหน้าต่างเขียนภาพเหตุการณ์ตอนเหล่าเทพยดามาชุมนุมกัน ขณะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ ชั้นดวงดึงส์ ส่วนผนังตอนล่างด้านหน้า ระหว่างช่องประตูเป็นภาพทศชาติ เรื่องสุวรรณสามด้านข้างทั้งสองด้านเป็นภาพภิกษุกำลังปลงอสุภกรรมฐาน และด้านหลังเป็นภาพกิจวัตรประจำวันของพระสงฆ์

    พระประธาน ในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปโลหะหล่อลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย ฝีมือช่างสมัยทวารวดีประดิษฐานบนฐานชุกชี  หน้าตักกว้าง 4.35 เมตรสูงตั้งแต่ พระเพลาถึงยอดเปลวรัศมี 5.65 เมตร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อพระพุทธรูปว่า “พระพุทธเทวราชปฏิมากร” เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546

by Traveller Freedom
9
วิหารเล็กพระนอนหงาย สร้างเพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปปางถวายพระเพลิง (พระบรรทมหงาย) โดยพระยาพิชัยดาบหักได้สร้างพระปางนอนนี้ขึ้น  เพื่อเป็นการบำเพ็ญบุญอุทิศกุศลให้ผู้ที่ตนไปฆ่าทหารชาวบ้านล้มตายไปเป็นจำนวนมาก  (เป็นเหมือนชดใช้กรรมที่ฆ่าคนตายไป)

เรียกได้ว่าใครมาเที่ยวัดนี้ ได้ชมสถาปัตยกรรมสวยๆ และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจกันเพียบเลยครับ
10
ศาลาการเปรียญริมน้ำคลองบางหลวง ก่อสร้างศาลาการเปรียญแบบสองชั้น เสาคอนกรีตพื้นล่างเทคอนกรีต ก่ออิฐถือปูน มีบานประตูหน้าต่างเป็นไม้เนื้อแข็ง และลูกกรงเหล็กมีห้องเก็บของพร้อม และห้องน้ำ ชั้นบนปูพื้นกระดานไม้แดงอัดฝาผนังก่ออิฐถือปูน บานประตูหน้าต่างเป็นไม้สักทั้งหมด หลังคามุงกระเบื้องเคลือบสีเหลือง มีช่อฟ้าใบระกากว้าง 12 เมตร ยาว 24 เมตร สร้างในปี พ.ศ. 2510

ศาลาท่าน้ำตรงหน้าพระอุโบสถ สร้างฝนปี พ.ศ. 2523 ตรงหน้าพระอุโบสถตอกเข็มคอนกรีตเทคานดิน ตั้งเสาปูนคอนกรีตผูกเหล็กเส้น เทคานบนรับเสารอบ 4 ด้าน หลังคามีมุก มุงกระเบื้องเคลือบ พื้นเทคอนกรีตผูกเหล็กเส้น ขัดหินขัด สามารถเดินลงไปชมวิวริมคลอง ให้อาหารปลาได้
หน้า: [1] 2 3 ... 10